Piyawat_W

สรุป ม.6 แม่เหล็กและไฟฟ้า!

#Dek70📌 Save โพสต์นี้ไว้เลย! เอาไว้ทบทวนก่อนสอบได้เลยน้าา 😤✨

น้อง ม.6 คนไหนกำลังเตรียมสอบอยู่ บทนี้ห้ามพลาด! เรื่อง แม่เหล็กและไฟฟ้า ออก A-level ทุกปี พี่ฟาร์มการันตี!

🔥มาดู 4 เรื่องที่ต้องแม่นกันเลย (1.) สนามแม่เหล็ก (2.) แรงแม่เหล็ก (3.) โมเมนต์ของแรงคู่ควบในขดลวดบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก (4.) การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและไฟฟ้ากระแสสลับ

เก็บไว้ทบทวนได้เลย แล้วก็อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆด้วยนะ 💪

#physicsfarm#ฟิสิกส์ฟาร์ม#แจกสรุป#studygram

แจกสรุป เนื้อหาวิชาการ, , , ,

ถามได้! – Line วิชาการพร้อมช่วยน้องแล้ว!

🧡Q&A “อยากเรียนแต่กลัวไม่เข้าใจ” … ปัญหานี้หมดไปที่ #PhysicsFarm! 💥

นอกจากมีสอนฟิสิกส์ครบทุกคอร์สแล้ว ที่ PhysicsFarm หากน้องๆ เรียนแล้วติดตรงไหน สงสัยข้อไหน “ถามได้” ไม่ต้องเขิน! พี่ทำ LINE วิชาการ ไว้ ให้ทีมงานคอยสกรีนคำถามและส่งต่อ โดยทุกข้อของน้องๆ พี่ตอบเอง! 😎⏰ เคลียร์ชัด จนหายคาใจ ไม่ต้องพึ่ง ai นะคะซิส

👉👉 สิทธิพิเศษเฉพาะนักเรียน PhysicsFarm เท่านั้นน

สมัครเรียนวันนี้ ลุยฟิสิกส์แบบมั่นใจ แล้วอย่าลืม add Line วิชาการในคอร์สน้า

#physicsfarm#ฟิสิกส์ฟาร์ม#LINEวิชาการ#เรียนออนไลน์

Study advices

ทำความรู้จัก! กับปรมาจารย์กลศาตร์ของไหล!!

หากไม่มีชายคนนี้ .. โลกเราก็จะไม่มีเครื่องมือยกของหนักๆ อย่างไฮดรอลิกในแขนกลรถแบ็คโอ รถเครน หรือแม้แต่ระบบยกเวทีการแสดงขึ้นลงในคอนเสิร์ตทั้งหลาย !!

ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับคุณ..แบลส์ ปาสคาล (Blaise Pascal) เลยค่าาา

ปรมาจารย์ผู้ค้นพบหลักการเกี่ยวกับความดันของของเหลวที่หลายคนคุ้นหูอย่าง กฎปาสคาล (Pascal’s Law) ที่กล่าวว่า “ความดันที่กระทำต่อของเหลวในภาชนะปิด จะถูกถ่ายทอดไปยังทุกๆ ส่วนของของเหลว” หลักการนี้เป็นรากฐานสำคัญของสิ่งประดิษฐ์พลิกโลกอย่าง #ระบบไฮดรอลิก ค่ะน้องๆ

19 มิถุนายน เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณปาสคาล พี่ฟาร์มจึงอยากพาพวกเรามารู้จักชายผู้เป็นตำนานในวงการกลศาสตร์ของไหลกันน้าาา

ปาสคาล เกิดที่เมืองแกลร์มง-แฟร์ร็อง ประเทศฝรั่งเศส บิดาของเขาไม่ศรัทธาในระบบการศึกษาตอนนั้น จึงตั้งใจให้เขาเรียนรู้แบบโฮมสคูล (พ่อสอนเองคร่าา) แต่จริงๆ พ่อตั้งใจให้เขาเรียนแต่ภาษาละติน/กรีกก่อน ซึ่งปาสคาลสนใจคณิตศาสตร์มาก จนพ่อกลัวว่าจะสนใจแต่วิชานี้แล้วทิ้งวิชาอื่นหมด เลยสั่งห้ามและเอาตำราคณิตศาสตร์ไปซ่อน

แต่ด้วยวัยอ่ะเนอะ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เขาจึงแอบศึกษาเอง เรียนรู้เอง แล้วด้วยความจีเนียส

เขาสามารถเข้าใจหลักและทฤษฎียากๆ หลายอย่าง เช่นของยูคลิด ได้ก่อนอายุ 12 ปี ซะอีก เริ่ดเวอร์

พออายุได้ 16 ปี พี่แกก็เล่นเขียนเปเปอร์เรื่องภาคตัดกรวยเลยค่ะ ได้รับอนุมัติตีพิมพ์ในปารีสด้วย ซึ่งเปเปอร์นี้มาดังตอนเขาแก่แล้วค่ะ (รอคณิตกรรุ่นละอ่อนมาเรียนมาศึกษา ถึงรู้ว่าของดี)

พออายุได้ 23 ปี (วัยกำลังไฟแรงเฟ่อร์!) คุณปาสคาล ดันไปหูผึ่งกับงานทดลองของ เอวานเจลิสตา ทอร์ริเชลลี (Evangelista Torricelli) ลูกศิษย์ของกาลิเลโอผู้ประดิษฐ์บารอมิเตอร์แบบอ่างปรอท ซึ่งกำลังวิจัยเกี่ยวกับหลักความดันและสุญญากาศ ในช่วงเวลานั้น เรื่องสุญญากาศมันคือเรื่องต้องห้าม! เพราะมันดันไปขัดกับความเชื่อดั้งเดิมตั้งแต่สมัยกรีก (อริสโตเติล) ที่เชื่อว่าสุญญากาศไม่มีในธรรมชาติ

แต่มีหรือ..ที่วัยรุ่นสร้างตัวอย่างปาสคาลจะกลัว? เขาจัดแจงออกแบบการทดลองใหม่แบบสับ โดยให้พี่เขยตัวเองนำบารอมิเตอร์วิ่งขึ้นไปบนยอดเขาสูง! (ปาสคาลเองกำลังป่วยอยู่) ผลปรากฏว่า… เฮ้ย มันจริงว่ะ! ยิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าไหร่ ระดับปรอทในหลอดแก้วยิ่งลดลง แปลว่า ความดันอากาศจะลดลงตามระดับความสูงจริง สิ่งนี้นำไปสู่ข้อสรุปว่าสุญญากาศมีอยู่จริง โดยการทดลองนี้ได้รับการอนุมัติตีพิมพ์ใน ปี ค.ศ. 1647 (ยืนหนึ่งไม่พึ่งเก้าอี้มากคร่าาา)

แต่ความปังคือ… พี่แกไม่หยุดแค่นั้นจ้าาาา! ปาสคาลก็เริ่ม เอ๊ะ ขึ้นมาอีกว่า…

เฮ้ย! ขนาดอากาศที่เป็นแก๊สบางๆ ยังมีแรงดันขนาดนี้ แล้วถ้าเปลี่ยนเป็น “ของเหลว” ที่มีความหนาแน่นมากกว่าล่ะ น้องจะมีพฤติกรรมยังไงหนอออ?

แล้วนี่แหละครับ! คือจุดเริ่มต้นของการดำดิ่งสู่โลกกลศาสตร์ของไหลแบบถอนตัวไม่ขึ้น พี่แกเริ่มทำการทดลองเอาของเหลวไปยัดใส่ในภาชนะปิดรูปทรงแปลกๆ จนในที่สุด

กฎของปาสคาลก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในวัย 30

แล้วกฎปาสคาลเนี่ยแหละ… ที่เป็นมรดกตกทอด ปูรากฐานให้วิศวกรยุคหลังเอาไปสร้างเป็นระบบไฮดรอลิก ที่ใช้แรงมดยกช้างได้ทั้งตัว จนก็กลายมาเป็น ลิฟต์ขนย้ายและระบบเบรกรถยนต์ในชีวิตประจำวันของเรานี้แหละน้องๆ ล้ำฝุดๆ

เห็นไหมครับน้องๆ… จากเด็กโฮมสคูลที่โดนพ่อซ่อนตำราคณิตศาสตร์ สู่การเป็นนักฟิสิกส์ผู้เปลี่ยนโลก ปาสคาลพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ความชอบและความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันสามารถทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้เสมอ ตราบใดที่เราลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามา

พี่ฟาร์มเลยอยากให้น้องๆ ทุกคนที่มีความตั้งใจ ค้นหาแพชชันของตัวเองให้เจอ แล้วลงมือทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง…

ขอให้ทุกคนโชคดี สอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยในฝัน ได้ทำอาชีพในฝันได้สำเร็จทุกคนนะครับ… สู้ๆครับ! #อดทนจนกว่าจะแลนด์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

สรุปม.5 คลื่น

#Dek71#Dek70📌 Save ด่วน! ก่อนสอบย่อยจะมาถึง 😱

น้อง ม.5 คนไหนยังไม่แม่นเรื่องคลื่น โพสต์นี้ช่วยได้ มาทบทวน 4 ประเด็นหลักบทคลื่นกัน (1.) องค์ประกอบของคลื่น (2.) การสะท้อนและการหักเห (3.) การแทรกสอด (4.) การเลี้ยวเบน

✅👉🏻 และบทนี้ออกข้อสอบ A-level ทุกปี พี่ฟาร์มการันตี! ม.6 คนไหนยังไม่แม่นรีบเก็บโพสต์นี้ไว้เลยน้าา~ ดีงามแบบนี้ ฝากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

#physicsfarm#ฟิสิกส์ฟาร์ม#แจกสรุป

Study advices

สรุปม.4 การเคลื่อนที่แนวตรง

#Dek70#Dek72📌 Save โพสต์นี้ไว้ติวเรื่อง suvat | ใกล้สอบย่อย ม.4 แล้วเดี๋ยวมีสอบกลางภาคติดๆ ! มาทบทวน 2 ประเด็นหลักบทการเคลื่อนที่เส้นตรง (1.) ปริมาณการเคลื่อนที่ (2.) สมการการเคลื่อนที่

✅👉🏻 และบทนี้ยังออกข้อสอบ A-level ทุกปี! พี่ๆ ม.6 ก็ต้องไม่พลาดน้าา~

อย่าลืมแชร์ต่อไปให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

Study advices

ติวฟรี ฟิสิกส์ ม.5 “การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิก”

#Dek70 #Dek71 update! แจกติวสรุปพร้อมสอบ เจาะลึกเนื้อหา #ฟิสิกส์ ม.5 เทอม1 เรื่อง “การเคลื่อนที่แบบซิลเปิลฮาร์มอนิก” (simple harmonic motion: SHM)
.
เรียนกะ PhysicsFarm ดียังไง?
🚀 เนื้อหาทันสมัย ครบตามหลักสูตร สสวท.
✅️ ทุกคอร์สมีตำราเรียนส่งให้ พิมพ์สี่สี จดง่ายใช้ง่าย
⚡️แบบฝึกหัดอัดแน่น เฉลยครบ ข้อสอบและเทคนิคเพียบ
🚩คอร์สเรียนเนื้อหาตามเทอม ใช้ทบทวนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้
🤓 มีคำถามในคอร์ส add line ปรึกษาพี่ฟาร์มได้โดยตรง
.
ใครชอบเรียนสไตล์นี้ 👉🏻เข้ามาเลือกคอร์สตรงโจทย์ของน้องๆ ได้ในเว็บไซต์ของ Physicsfarm หรือจิ้ม bio ได้เลยครับ
.
#dek72 #เด็กซิ่ว #คอร์สออนไลน์

Study advices

ฟิสิกส์ไม่ได้อยู่แค่ในข้อสอบ แต่คือพลังที่วิศวกรใช้ปกป้องมนุษย์

สิ่งที่พังได้ทุกอย่างในโลก — พังเพราะฟิสิกส์

สะพานถล่ม ตึกทรุด เครื่องบินตก ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคร้ายเสมอไป แต่เพราะมีใครบางคนเข้าใจฟิสิกส์ผิด หรือไม่เข้าใจพอ

และนี่คือหน้าที่สำคัญของคนที่จะเป็น “วิศวกร” ครับน้องๆ
เขาต้องเข้าใจ “ฟิสิกส์” เพื่อใช้มันต่อกรกับธรรมชาติ

ธรรมชาติมีแรงโน้มถ่วง มีแรงลม มีความร้อน มีไฟฟ้า
ทุกสิ่งที่วิศวกรสร้างคือการ “เจรจา” กับกฎเหล่านั้น
ไม่ใช่ฝืน แต่ใช้ให้เป็นประโยชน์

วันนี้พี่ฟาร์มจะพาไปดูกันว่า
เมื่อธรรมชาติออกแรง — วิศวกรใช้ฟิสิกส์อะไรสู้กลับ

1. แผ่นดินไหวและตึกถล่ม → เมื่อวิศวกรโยธาต้องสู้กับธรณีพิบัติภัย

เหตุการณ์นี้เพิ่งผ่านไปไม่นานเลยกับอีเวนต์แผ่นดินไหว เมื่อ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในประเทศไทยสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนนี้ คลื่นพลังงานจากแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ในเมียนมาเดินทางกว่าพันกิโลเมตรมาถึงกรุงเทพที่มีตึกสูงอยู่มากมาย
จนทำให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน พังถล่มลงมาทั้งหมด เหลือไว้เพียงซากคอนกรีต

แผ่นดินไหวไม่ได้ฆ่าคน — ตึกต่างหากที่ฆ่าคน นั่นคือสิ่งที่วิศวกรโยธาเข้าใจดี

เมื่อคลื่นแผ่นดินไหวเดินทางผ่านพื้นดิน มันส่งพลังงานขึ้นมายังฐานของอาคาร โครงสร้างที่ดีต้องกระจายแรงนั้นออก ไม่ให้สะสมที่จุดใดจุดหนึ่งจนเกินขีดจำกัดที่รับได้ วิศวกรโยธาต้องคำนวณว่าแรงสั่นสะเทือนจะกระทำกับทุกจุดของโครงสร้างอย่างไร และต้องออกแบบให้ตึกสามารถโค้งงอได้เล็กน้อยโดยไม่หัก — เหมือนต้นไม้ในพายุที่รอดได้เพราะความพลิ้วไหว ไม่ใช่เพราะแข็งกระด้างต้านลม แต่การออกแบบที่ดีเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ วัสดุที่นำมาก่อสร้างต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่คำนวณไว้ด้วย เหล็กที่รับแรงดึงได้ต่ำกว่าสเปค คอนกรีตที่ผสมไม่ได้มาตรฐาน — สิ่งเหล่านี้คือช่องว่างระหว่างตึกที่ “ดูแข็งแรง” กับตึกที่ “แข็งแรงจริง” และในวันที่แผ่นดินไหว ช่องว่างนั้นคือความแตกต่างระหว่างชีวิตกับความตาย

ฟิสิกส์ที่ใช้คือ คลื่นและการถ่ายโอนพลังงาน แรงและโมเมนต์ สมดุลของโครงสร้าง — ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่น้องๆ เรียนอยู่ในวิชาฟิสิกส์ทั้งนั้นเลย

2. น้ำท่วมและดินถล่ม → ปรึกษาวิศวกรสิ่งแวดล้อมและชลประทาน

ปลายปี 2568 ฝนตกหนักที่เมืองหาดใหญ่จนบันทึกปริมาณน้ำฝนได้สูงถึง 335 มิลลิเมตรภายในวันเดียว ซึ่งเป็นค่าสูงที่สุดในรอบ 300 ปี … เมื่อน้ำปริมาณมากขนาดนั้นเข้ามา แต่ “ไม่มีที่ไป” เพราะป่าที่เคยดูดซับน้ำถูกทำลายไปแล้ว แถมยังมีดินถล่มตามมาอีก จึงมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้กว่าร้อยคน

วิศวกรที่เข้ามาแก้ปัญหานี้ต้องเข้าใจว่าน้ำปริมาณมหาศาลจะไหลไปทางไหน เร็วแค่ไหน และจะทำลายอะไรระหว่างทาง การออกแบบระบบระบายน้ำ เขื่อน หรือพื้นที่รับน้ำต้องคำนวณจากความดัน อัตราการไหล และแรงที่น้ำกระทำต่อโครงสร้าง

ฟิสิกส์ที่ใช้คือ ของไหล ความดัน และอัตราการไหล — หลักพลศาสตร์ของไหลที่น้องๆ เรียนไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่คือสิ่งที่กำหนดว่าหมู่บ้านข้างล่างจะรอดหรือไม่

3. สึนามิ — ไทย 2004 และญี่ปุ่น 2011 → วิศวกรชายฝั่งและธรณีเทคนิค

ธันวาคม 2547 คลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งอันดามันของไทย คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 5,000 คน
มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นเผชิญคลื่นสูงกว่า 15 เมตรที่ลบเมืองชายฝั่งออกจากแผนที่ในไม่กี่นาที และจนถึงปีปัจจุบัน ยังพบการเกิดสึนามิอยู่บ่อยครั้งในประเทศญี่ปุ่น

คลื่นสึนามิไม่ได้น่ากลัวตรงความสูง แต่น่ากลัวตรง พลังงาน — ในมหาสมุทรลึก คลื่นอาจสูงแค่ 1 เมตร แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเข้าสู่น้ำตื้น ความเร็วลดลง แต่พลังงานทั้งหมดถูกอัดเข้าสู่คลื่นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกำแพงน้ำที่ไม่มีอะไรหยุดได้

วิศวกรชายฝั่งต้องออกแบบกำแพงกันคลื่น ระบบเตือนภัย และผังเมืองที่ให้คนมีเวลาหนีได้ทัน ทั้งหมดต้องคำนวณจากความสัมพันธ์ระหว่างความลึกของน้ำ ความเร็วคลื่น และพลังงานที่สะสมอยู่

ฟิสิกส์ที่ใช้คือ คลื่น ความเร็ว และหลักอนุรักษ์พลังงาน — สมการที่น้องๆ เห็นในบทคลื่นกลคือรากฐานสำคัญในการเรียนต่อยอดสู่สมการที่ใช้ออกแบบระบบเตือนภัยสึนามิทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก

4. น้ำทะเลหนุนสูง →  บทเรียนวิศวกรชลศาสตร์จากเนเธอร์แลนด์ถึงกรุงเทพฯ 

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งอาศัยอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ถ้าไม่มีวิศวกร ประเทศนี้จะไม่มีอยู่จริงตามตัวอักษร (เก็ตมุกนี้กันมั๊ยคะ :P)
เพื่อรับมือกับปัญหานี้ วิศวกรของประเทศจึงร่วมกันพัฒนาระบบ Delta Works ซึ่งเป็นระบบเขื่อนและประตูน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มางัดข้อกับปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกปี

แต่ปัญหานี้ไม่ได้อยู่แค่ยุโรปนะคะน้องๆ  — กรุงเทพฯ เองก็กำลังจมลงปีละ 1-2 เซนติเมตรจากการสูบน้ำบาดาลมาใช้ ขณะที่ระดับน้ำทะเลก็หนุนสูงขึ้นพร้อมกัน วิศวกรชลศาสตร์ต้องคำนวณว่าความดันของน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจะกระทำต่อระบบป้องกันน้ำท่วมของเมืองอย่างไร และระบบนั้นต้องแข็งแกร่งแค่ไหนจึงจะรับแรงได้

ฟิสิกส์ที่ใช้คือ ความดันสถิตของของไหลและสมดุลของแรง — สูตร P = ρgh ที่น้องๆ เอามาใช้สอบ คือสมการเดียวกับที่บอกว่ากรุงเทพฯ จะอยู่รอดได้อีกกี่สิบปี

วิศวกรไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้ฟิสิกส์ — แต่คือคนที่ยืนอยู่ระหว่างฟิสิกส์กับชีวิตมนุษย์

ทุกภัยพิบัติที่เล่ามาล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน — ธรรมชาติไม่ได้โกรธใคร มันแค่ทำตามกฎฟิสิกส์ คลื่นเดินทางตามสมการคลื่น น้ำไหลตามหลักความดัน แรงกระทำตามกฎของนิวตัน

วิศวกรคือคนที่อ่านกฎเหล่านั้นออก แล้วสร้างสิ่งที่ยืนอยู่ระหว่างกฎธรรมชาติกับชีวิตคนธรรมดาที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังได้รับการปกป้องอยู่

ดังนั้นคำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ “วิศวกรต้องเรียนฟิสิกส์ไปทำไม” — แต่คือ “ถ้าวิศวกรไม่เข้าใจฟิสิกส์ ใครจะปกป้องเราจากธรรมชาติ?”

ดังนั้นใครที่ฝันอยากเป็นวิศวกร มาสะสมความรู้ความเข้าใจในวิชาฟิสิกส์ในไว้ให้แข็งแกร่งนะคะ พี่ฟาร์มเชื่อว่า น้องจะเติบโตเป็นวิศวกรที่ดีได้อย่างแน่นอน

Study advices

ติวฟรีฟิสิกส์! การเคลื่อนที่แนวตรง

#Dek70 เติมฟิสิกส์ไม่หยุด 🐣🩺 “สรุปพร้อมสอบ” บทการเคลื่อนที่แนวตรง พระเอกของวิชาฟิสิกส์ A-level ที่เจอกันตั้งแต่ม.4

📱ดูคลิปทันที https://youtu.be/L7HCB4T0rno

ออกทุกปีไม่มีพัก แบบนี้ต้องทบทวนความรู้กันอยู่เสมอ วันนี้พี่ฟาร์มมี 3 หัวข้อมาติวเข้มน้องๆ

– ปริมาณการเคลื่อนที่

– ความเร่ง

– สมการการเคลื่อนที่

เรียนให้เข้าใจ แล้วไปต่อยอดที่ข้อสอบจริงกันครับ!!

👉🏻👉🏻 Download ชีทแล้วไปติวกัน

https://shorturl.at/brrhb

#physicsfarm#physicsslayer#ตะลุยโจทย์#เด็กซิ่ว

ติวฟิสิกส์ฟรีกับพี่ฟาร์ม

ทบทวนเทอมเก่า และต้อนรับเทอมใหม่ PACK DUO M4 (มีส่วนลด!)

Close Welcome Bar