เอาจริง… จะเรียนฟิสิกส์ให้เข้าใจ ทำไมถึงต้องทำโจทย์เยอะๆ
แค่เรียนให้รู้เรื่อง ก็ว่ายากแล้ว แถมต้องมานั่งฝึกฝนทำโจทย์เยอะๆ อีก โอ้ยยย จะทำไปเพื่ออออออ!!
ไม่ว่าจะเรียนที่โรงเรียน หรือเรียนกวดวิชา น้องๆมักได้รับคำแนะนำจากคุณครู รุ่นพี่ หรือแม้แต่พี่ฟาร์มเอง ว่า #เรียนฟิสิกส์ต้องทำโจทย์เยอะๆ ถึงจะได้เก่งๆ
เจอคำพูดนี้เข้าไปบ่อยๆ เริ่มจะสงสัยกันไหม ว่ามันจะจริงเหรอ
เราอาจเคยฟังเหตุผลมากมาย แต่ครั้งนี้พี่ขอให้ทุกคนตั้งใจอ่านเพราะเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด และเป็นความจริงที่สุด!!
คำตอบของคำถามนี้ได้มาจากการศึกษาวิทยาศาสตร์ทางสมอง ต้องขอบคุณศาสตร์ทางด้านความยืดหยุ่นของสมอง (neuro-plasticity) ทำให้เรารู้ว่าสมองของพวกเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะ เมื่อมีการทำซ้ำในกิจกรรมที่ใช้สมองเฉพาะส่วน ยิ่งบ่อยยิ่งจะทำให้เกิดวิถีประสาทสั่งการที่ชัดขึ้น ชัดขึ้น
#วิถีประสาทสั่งการ นี้เองที่ทำให้สมองของเราทำสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น พูดสั้นๆก็คือ เราทำสิ่งนั้นได้เก่งขึ้นนั่นเอง
ดร.ปาสคาล มิเชลอน แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์ได้ทำการศึกษาวิจัยกับคนในหลายรูปแบบตั้งแต่คนขับแท็กซี่ไปจนถึงนักดนตรี มีการศึกษาสมองของ “คนขับรถประจำทาง” กับ “คนขับรถแท็กซี่” ในกรุงลอนดอน พบว่า
- คนขับแท็กซี่มีสมองส่วนหลังที่ชื่อว่าฮิปโปแคมปัส “โตกว่า” คนทั่วไป
- เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าฮิปโปแคมปัสมีบทบาทในการพัฒนาทักษะด้านการค้นหาเส้นทาง
- คนขับรถประจำทางที่ขับตาม “เส้นทางเดิม” ทุกวันจะไม่ค่อยได้ใช้สมองคิดหาเส้นทางใหม่ๆ จึงทำให้สมองส่วนนี้ไม่ค่อยได้ใช้งาน
- ในขณะที่คนขับแท็กซี่ใช้มันทุกวัน แถมวันละหลายครั้งอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในนักดนตรี พบว่า “สมองเนื้อเทา” ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสามารถทางดนตรี ในนักดนตรีอาชีพ ที่ฝึกฝนวันละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง จะมีเนื้อสมองส่วนนี้มากที่สุด ในนักดนตรีมือสมัครเล่นจะพบเนื้อสมองน้อยลงมา และในคนที่ไม่เล่นดนตรีเลยจะพบเนื้อสมองส่วนนี้น้อยที่สุด
จำไว้นะคะ นี่เป็นเรื่องสำคัญของชีวิตเลยก็ว่าได้
#ด้วยการฝึกฝนทำซ้ำ #จะชี้นำเราไปสู่ความสำเร็จ