นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

จารึกเกียรติภูมิ วันวิทยาศาสตร์ไทย

📅 18 สิงหาคม วันวิทยาศาสตร์ของไทย 🔭

วันสำคัญที่ชวนให้คนไทยร่วมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 พระองค์ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ณ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ล่วงหน้าถึง 2 ปีอย่างแม่นยำเด็ดขาด ☀️🌑

ปรากฏการณ์ครั้งนั้นเป็นไปตามที่ทรงพยากรณ์ไว้ทุกประการอย่างไร้ที่ติ จนประชาคมดาราศาสตร์สากลยกย่องเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ว่าเป็น “King of Siam’s Eclipse” นับเป็นหมุดหมายแรกที่จารึกว่าวิทยาศาสตร์ของไทยมีอัจฉริยภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติถวายพระราชสมัญญานามและกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525

จากหมุดหมายดาราศาสตร์เหนือฟากฟ้าในอดีต วิทยาศาสตร์ไทยได้ก้าวล้ำต่อยอดลงลึกสู่ระดับอะตอมและควอนตัมในยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานประวัติศาสตร์ของนักฟิสิกส์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก: ⚛️

🧮 “สมการชาชิโย” (Chachiyo’s formula)

สมการฟิสิกส์ทฤษฎีชื่อไทยระดับโลก (พ.ศ. 2559)

ปลายปากกาของนักฟิสิกส์ไทยได้จารึกชื่อไทยในตำราฟิสิกส์ระดับสากล เมื่อ ดร.ทีปานิส ชาชิโย จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ค้นพบสูตรคำนวณ “Correlation Energy” ในทฤษฎีควอนตัม (Density Functional Theory หรือ DFT) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสุดท้ายที่นักฟิสิกส์ทั่วโลกพยายามค้นหามานานกว่า 50 ปี

สมการชาชิโยได้รับการยอมรับอย่างสูงในเรื่อง “ความแม่นยำและความเรียบง่ายมหัศจรรย์” โดยมีพารามิเตอร์ประกอบเพียงไม่กี่ตัว จนได้รับการเผยแพร่ในวารสารข่าวฟิสิกส์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Physics Today ภายใต้หัวข้อ “A simpler ingredient for a complex calculation” 🌟

นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ชื่อสมการทางฟิสิกส์ระดับโลกถูกผูกโยงติดกับชื่อของคนไทย

ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน ยืนยันความจริงที่ว่า “คนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก” และวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติไม่ได้มีไว้เพียงระลึกถึงวันวาน แต่มีไว้เพื่อจุดประกายสร้างสรรค์อนาคตของชาติด้วยความรู้และเหตุผลอย่างยั่งยืน

แล้วน้อง ๆ ล่ะครับ อยากฝากชื่อของตัวเองไว้ในหน้าประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์เรื่องไหน คอมเมนต์บอกพี่ฟาร์มมาได้เลยน้า👇🏻

ใครอ่านจบแล้ว พิมพ์คำว่า “สมการชาชิโย” มาหน่อยน้า~ 🧡

#physicsfarm#วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ#สาระวิทย์#ความรู้รอบตัว#ประวัตินักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

ผู้สร้างหน่วยโมลวัดอนุภาคเคมี

📅9 สิงหาคม ค.ศ. 1776 วันเกิด อาเมเดโอ อาโวกาโดร

🎶🎵 “อาโวกาโด กาโด กาโด” นี่ไม่ใช่เสียงเพลงที่คุ้นหู แต่คือชื่อของ อาเมเดโอ อาโวกาโดร ผู้สร้างหน่วยโมลวัดอนุภาคเคมี ชวนอ่านเรื่องราวของเขา👇🏻

👨‍⚖️ เขาเกิด ณ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี ในครอบครัวทนายความผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเส้นทางอาชีพแรกเริ่มที่เขาเรียนสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายศาสนจักรและเริ่มทำงานตามรอยเท้าของครอบครัวก็คือ “นักกฎหมาย” ก่อนที่ความหลงใหลส่วนตัวในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจะนำพาให้เขาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาศึกษาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ด้วยตนเองในปี ค.ศ. 1800 🔬

🏫 ต่อมาในปี ค.ศ. 1809 อาโวกาโดรได้เริ่มสอนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่โรงเรียนมัธยมในเมืองแวร์เชลลี และในปี ค.ศ. 1811 เขาได้ตีพิมพ์สมมติฐานครั้งประวัติศาสตร์ที่ต่อมาได้รับการยอมรับในชื่อ #กฎของอาโวกาโดร ซึ่งระบุว่า

👉 “ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน แก๊สต่างชนิดกันที่มีปริมาตรเท่ากันจะมีจำนวนโมเลกุลเท่ากัน”

⏳ ทว่าทฤษฎีนี้กลับถูกปฏิเสธจากวงการวิทยาศาสตร์ในยุคของเขานานเกือบ 50 ปี และเขาได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1856 โดยไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จของตนเอง 💔

✅ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1860 สตานิสลาโอ คานนิซซาโร ได้นำสมมติฐานนี้ไปอธิบายและพิสูจน์ต่อที่ประชุมเคมีจนทำให้โลกยอมรับในที่สุด

🔢 และในปี ค.ศ. 1909 ฌอง แปร์แรง ได้ทำการทดลองเพื่อประมาณค่าจำนวนอนุภาคในสาร 1 โมล พร้อมตั้งชื่อตัวเลขนี้ว่า #เลขอาโวกาโดร เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

📐 จนกระทั่ง หน่วยงาน IUPAC ได้กำหนดนิยามให้ 1 โมล มีจำนวนอนุภาคคงที่เท่ากับ 6.02214076×10^23 อนุภาค

🏆 แม้เส้นทางชีวิตของ อาเมเดโอ อาโวกาโดร จะเริ่มต้นจากการเรียนกฎหมายและทำงานเป็น “นักกฎหมาย” ตามความคาดหวังของครอบครัว แต่ด้วยใจรักในการเสาะแสวงหาความจริงทางวิทยาศาสตร์ ทำให้เขาสามารถสร้างรากฐานทฤษฎีที่เชื่อมโยงโลกมหภาคและโลกจุลภาคเข้าด้วยกันได้อย่างน่าทึ่ง แม้ในยามมีชีวิตผลงานจะถูกมองข้าม

🧪แต่ในวันนี้ “หน่วยโมล” และ “เลขอาโวกาโดร” ได้กลายเป็นเสาหลักสำคัญที่ขาดไม่ได้ในวิชาเคมีทั่วโลก เพื่อจารึกเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของชายผู้มองเห็นความจริงของอนุภาคแก๊สก่อนใครเพื่อน 🙌

🎯 ใครอ่านมาถึงตรงนี้จะรู้ว่า QUIZ ข้อนี้ ตอบ 2) นักกฎหมาย (ทนายความ)

#physicsfarm#ความรู้รอบตัว#ประวัตินักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

ผู้บุกเบิกกลศาสตร์ควอนตัม

📅 8 สิงหาคม 1902 วันเกิด”พอล ดิแรก” (Paul Dirac)

อัจฉริยะผู้เงียบขรึม ผู้บุกเบิกกลศาสตร์ควอนตัม และคนที่ทำนายว่า “ปฏิสสาร” มีจริง ✨

🤫 เงียบขนาดเพื่อนต้องตั้งหน่วยวัด?

ดิแรกพูดน้อยมากจนเพื่อนร่วมงานแซวว่าเขามีหน่วยวัดการพูดเป็นของตัวเอง เรียกว่า “ดิแรก” (dirac) เท่ากับ 1 คำต่อชั่วโมง! ที่มาของความเงียบนี้ย้อนไปตอนเด็ก ที่พ่อบังคับให้พูดแต่ภาษาฝรั่งเศสถูกไวยากรณ์บนโต๊ะอาหาร พอพูดไม่คล่อง ดิแรกเลยเลือกที่จะเงียบไปเลย แต่ความเงียบนี้แหละที่ทำให้เขามีสมาธิลึกจนมองเห็น “คณิตศาสตร์ที่งดงาม” ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ นี่แหละ Introvert ตัวจริง จนได้เรื่องขนาดนี้

🏆 3 ผลงานระดับโลกที่ทำให้ความเงียบนี้ดังก้องไปทั้งวงการฟิสิกส์

1️⃣ สมการดิแรก (Dirac Equation, 1928) — สมการควอนตัมบรรทัดเดียวที่รวมกลศาสตร์ควอนตัมเข้ากับทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ได้สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก

2️⃣ ทำนาย “ปฏิสสาร” (Antimatter) — จากคำตอบทางคณิตศาสตร์ที่ได้ทั้งค่าบวกและค่าลบ นำไปสู่การทำนายว่ามี “โพซิตรอน” คู่แฝดต่างประจุของอิเล็กตรอนอยู่จริง

3️⃣ สัญลักษณ์บรา-เคท (Bra-Ket) — สัญลักษณ์ ⟨bra|ket⟩ สุดเรียบหรูที่ใช้เขียนสถานะควอนตัมในตำราเรียนมาจนถึงทุกวันนี้

ดิแรกคว้าโนเบลฟิสิกส์ปี 1933 ตอนอายุแค่ 31 ปี แล้วยังได้เป็นศาสตราจารย์ลูคาเซียนแห่งเคมบริดจ์ ตำแหน่งเดียวกับไอแซก นิวตัน ชายผู้ไม่เคยโหยหาแสงสปอตไลท์ แล้วปล่อยให้คณิตศาสตร์พูดแทนตัวเองทั้งหมด 📜💡

ใครอ่านจบ พิมพ์ “ควอนตัม” มาหน่อยน้า~

#physicsfarm#quantumphysics#สาระวิทย์#ความรู้รอบตัว#ประวัตินักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

มนุษย์คนแรกที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์!

🌕 21 กรกฎาคม 1969 เวลา 09.56 น. (ตามเวลาไทย)

นีล อาร์มสตรอง เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์เป็นคนแรกของโลก 🚀

ย้อนไปดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) นักบินอวกาศชาวอเมริกัน ก้าวเท้าลงบนพื้นผิวดวงจันทร์บริเวณ “ทะเลแห่งความเงียบสงบ” (Sea of Tranquility) หลังเดินทางในอวกาศนาน 3 วัน ด้วยยานอพอลโล 11 ที่ถูกส่งขึ้นไปโดยจรวดยักษ์ Saturn V สูงเท่าตึก 36 ชั้น! แล้วเขาก็พูดประโยคที่โด่งดังไปทั่วโลกว่า “นี่เป็นก้าวเล็ก ๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ”

แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ไปคนเดียวนะ! มีบัซซ์ อัลดริน (Buzz Aldrin) ตามลงไปเหยียบดวงจันทร์ด้วยกัน ช่วยกันทดลอง ปักธง เก็บตัวอย่างหิน ส่วนไมเคิล คอลลินส์ (Michael Collins) ต้องอยู่บังคับยานสั่งการโคจรรอบดวงจันทร์เพียงลำพัง เลยได้ฉายาว่านักบินอวกาศที่โดดเดี่ยวที่สุดในประวัติศาสตร์ 🥺

ตอนนั้นคนทั้งโลกกว่า 530 ล้านคนนั่งลุ้นหน้าจอทีวีขาวดำกันทั้งคืน ส่วนตัวนักบินเองก็เครียดสุด ๆ ถึงขั้นบอกว่า “รู้สึกเหมือนแบกน้ำหนักคนทั้งโลกไว้บนบ่า” 😳

🔭 เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ

🪐 แรงโน้มถ่วงสุดเบาหวิว: บนดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงแค่ 1 ใน 6 ของโลก น้ำหนักตัวน้อง ๆ จะหายไปถึง 83.5% เลย! นี่แหละคือเหตุผลที่นักบินอวกาศกระโดดเหยง ๆ ได้ไกลกว่าตอนซ้อมบนโลกซะอีก

🔥🥶 อุณหภูมิสุดขั้ว: ดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศหนาแบบโลก ฝั่งโดนแดดร้อนจัดถึง 117°C ส่วนฝั่งเงามืดหนาวติดลบถึง -153°C สุดขั้วทั้งสองด้านเลย

ภารกิจจบลงด้วยดี นักบินอวกาศทั้งสามเดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัยในวันที่ 24 กรกฎาคม 1969 ตกลงกลางมหาสมุทรแปซิฟิก 🌙

น้อง ๆ อ่านจบแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ประทับใจตรงไหนที่สุด แล้วอยากเป็นนักบินอวกาศ วิศวกร หรือนักวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้าง “ก้าวที่ยิ่งใหญ่” ก้าวต่อไปไหม มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย! 💬

#physicsfarm#neilarmstrong#สาระวิทย์#ความรู้รอบตัว#ประวัตินักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

ทำความรู้จักกับ ชายผู้คิดค้นกฎของสปริง

📅18 ก.ค. วันเกิด โรเบิร์ต ฮุก — ผู้คิดค้นกฎของสปริง

น้องๆที่เรียนฟิสิกส์ทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับ “โจทย์สปริง” สุดท้าทายในห้องเรียน…

และต้องนั่งจดสมการเด็ดอย่าง “F = kx” กันจนชีตเรียนเปื่อยพรุน! 🌀

เบื้องหลังสูตรนี้… ต้องยกความดีความชอบและเครดิตทั้งหมดให้ชายคนนี้เลย! 👨🏻‍🔬

ย้อนกลับไปปี 1660 ฮุกทำการทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่าง แรง (F) กับการยืดของสปริง

สุดท้ายเขาค้นพบว่า…

📌 F = kx

แรง ที่ดึงสปริง = ค่าคงที่ของสปริง (k) × ระยะยืด (x)

หรือที่เรารู้จักกันดีว่า → “กฎของฮุก (Hooke’s Law)”

💥 กฎนี้ กลายเป็นหนึ่งในสูตรพื้นฐานของกลศาสตร์ และยังเชื่อมโยงไปถึง พลังงานศักย์ในสปริง (1/2 kx²) ที่เราเรียนกันในบทถัดไปอีกด้วย!

‼️ แต่เดี๋ยวก่อนนะ… ฮุกไม่ได้เก่งกาจและมีชื่อเสียงแค่ในเรื่องของแรงกับสปริงเท่านั้น!

เพราะเขาคือคนแรกที่เริ่มต้นใช้คำว่า “เซลล์ (cell)” อีกด้วย!

🔬โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่เขาส่องกล้องจุลทรรศน์สำรวจไม้คอร์ก แล้วพบโครงสร้างที่เป็นห้องเล็ก ๆ เขาเลยขนานนามมันว่า “เซลล์” (เนื่องจากรูปร่างของมันดูคล้ายกับห้องขังเล็ก ๆ ในยุคสมัยนั้น)

นับเป็นเกร็ดชีวะเล็ก ๆ ที่เด็กสายฟิสิกส์รู้ติดตัวไว้ก็ดูเท่ไม่เบาเลยใช่ไหมล่ะ 😎

💡 กฎของฮุกนั้นถูกนำมาประยุกต์ใช้งานจริงในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรามากมาย

มีตั้งแต่เครื่องชั่งสปริง, เซนเซอร์ตรวจวัดแรง, ไปจนถึงระบบโช้กอัพในรถยนต์ 🛞

คราวหน้าถ้าน้องๆเจอ F = kx โผล่มาในห้องสอบเมื่อไหร่…

อย่าลืมคิดถึง “โรเบิร์ต ฮุก” คนนี้กันด้วยล่ะ! ✨🔥

น้องๆ อ่านจบแล้ว มาคอมเมนต์คำว่า “Hooke” หรือ “kx” รายงานตัวกันหน่อยเร็ววว 💬🧡

#physicsfarm#ฟิสิกส์ฟาร์ม#สาระวิทย์#ความรู้รอบตัว#ประวัตินักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

นักวิทยาศาสตร์ที่โลกลืม

น้องงง พูดถึงคำว่า “เทสลา” เนี่ย ในหัวน้องลอยมาเป็นอะไรก่อนอ่ะ รถยนต์ไฟฟ้า? อีลอน มัสก์? หรือนักวิทยาศาสตร์ที่โลกลืม? 🚗⚡️

พี่เดาได้เลยนะ ร้อยทั้งร้อยต้องเด้งเป็นรถไฟฟ้าสุดล้ำ กับหน้าตากวนๆ ของอีลอน มัสก์ ใช่มั้ยยย 😏

แต่เดี๋ยวก่อนนน! จะบอกให้ อีลอน มัสก์ เนี่ย ไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องอะไรกับนิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) เลยจ้า แถมเทสลาตัวจริงแกยังโสดสนิทมาทั้งชีวิต ไม่มีลูกหลานสืบสกุลด้วยซ้ำนะ

ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือ อีลอน มัสก์ ไม่ใช่คนก่อตั้งและไม่ใช่คนตั้งชื่อบริษัท Tesla เองด้วยค่ะทุกคน! ผู้ก่อตั้งตัวจริงคือวิศวกรสองคนชื่อ Martin Eberhard กับ Marc Tarpenning ตั้งกันขึ้นมาปี 2003 ส่วนอีลอนคือนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นทีหลัง ก่อนจะกลายมาเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอที่ทุกคนรู้จักในทุกวันนี้ 😎

แล้วทำไมถึงตั้งชื่อว่า “Tesla” ล่ะ? ผู้ก่อตั้งตัวจริงเขาตั้งใจใช้ชื่อนี้เพื่อ “ให้เกียรติ” คุณนิโคลา เทสลา บิดาแห่งมอเตอร์ไฟฟ้าและไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันเลยนะจ๊ะ ✨

นี่แหละค่ะคือเหตุผลที่ชื่อของแกกลับมาดังก้องโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะโลกจดจำตัวแกได้หรอกนะ แต่เพราะชื่อ “เทสลา” ถูกยืมไปตั้งเป็นชื่อรถที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้ วิ่งอยู่ทุกถนนทุกเมือง จนกลายเป็นคำที่คนทั้งโลกพูดถึงกันทุกวัน

🤔 แล้วทำไมเทสลาถึงถูกโลกลืม?� เพราะเขา เก่งเกินจะขายของเป็น” ค่ะน้องงง 😅 ในขณะที่คู่แข่งอย่างโทมัส เอดิสัน นี่เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจกับการตลาดสุดๆ ไปเลย ทั้งจดสิทธิบัตร ตั้งบริษัท โปรโมตตัวเองอย่างเป็นระบบ

แต่เทสลากลับสนใจแค่ “การค้นพบ” ไม่ค่อยแคร์เรื่องเงินหรือชื่อเสียงเลยจ้า มักยกสิทธิบัตรให้คนอื่นไปง่ายๆ แถมทุ่มเงินที่ได้มาไปกับโปรเจกต์ใหญ่ที่คนยุคนั้นมองว่า “บ้าเกินจะเป็นจริง” อย่างการส่งไฟฟ้าไร้สายข้ามโลก จนสุดท้ายไม่มีใครกล้าลงทุนต่อให้

สุดท้าย เขาจากไปในห้องพักโรงแรมเล็ก ๆ อย่างเงียบเหงา แทบไม่มีใครรู้ข่าว ทั้งที่สิ่งที่เขาทิ้งไว้กลับกลายเป็นรากฐานของโลกทั้งใบ ⚡

🔌 ผลงานปัง ๆ ที่เทสลาฝากไว้ให้โลก�

✅ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ — ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านทุกคนต้องมี ไม่ว่าพัดลม เครื่องซักผ้า หรือตู้เย็น

✅ ขดลวดเทสลา (Tesla Coil) — อุปกรณ์สร้างไฟฟ้าโวลต์และความถี่สูง รากฐานของการส่งคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ และการสื่อสารไร้สาย�

✅ รีโมตคอนโทรลด้วยคลื่นวิทยุ — เขาคือคนแรกที่โชว์บังคับเรือของเล่นไร้สายให้คนดูอ้าปากค้างตั้งแต่ปี 1898 ต้นแบบของหุ่นยนต์และโดรนยุคนี้�

✅ หอคอย Wardenclyffe — โปรเจกต์สุดบ้าที่พยายามส่งพลังงานไฟฟ้าและข้อมูลไร้สายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แม้ไม่สำเร็จในยุคนั้น แต่คือต้นแบบของการส่งสัญญาณไร้สายที่โลกใช้อยู่ทุกวันนี้

จากผลงานทั้งหมดนี้ ชื่อของเขาจึงถูกยกให้เป็นหน่วยวัดความเข้มสนมามแม่เหล็กในระบบ SI นั่นคือหน่วย “เทสลา (T)” ที่โผล่มาให้เจอในตำราของน้องๆ คร่า ⚡

โลกอาจเคยลืมชื่อเขาไปพักหนึ่ง แต่ผลงานของเขาไม่เคยหายไปไหน มันแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ตั้งแต่ไฟที่เปิดในบ้าน จนถึงมอเตอร์ที่ขับเคลื่อนทุกสิ่งรอบตัว เรื่องราวของคุณเทสลาทำให้เราเรียนรู้ว่า คุณค่าของความรู้ไม่ได้วัดกันที่วันนี้มีคนเห็นกี่คน แต่วัดกันที่มันนำประโยชน์มายังผู้คนได้อีกกี่ร้อยปีต่างหาก ⚡

แล้วน้องๆ ได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้กันบ้าง? 👇 มาคอมเมนต์เล่าให้พี่ฟังหน่อยจ้าาา 🧡

#physcisfarm#ฟิสิกส์ฟาร์ม#สาระวิทย์#ความรู้รอบตัว#Tesla

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

ผู้ร่วมก่อตั้งอุณหพลศาสตร์

Happy Birthday ลอร์ด เคลวิน 🎂✨

น้อง ๆ รู้ไหมคะว่าทำไมเราถึงคุยกันข้ามทวีปได้แบบไม่ต้องรอเป็นเดือน ๆ เหมือนสมัยก่อน ต้องขอบคุณผู้ชายคนนี้เลยค่ะ

วิลเลียม ทอมสัน หรือ ลอร์ด เคลวิน เกิด 26 มิถุนายน 1824 ที่ไอร์แลนด์เหนือ เด็กอัจฉริยะตัวจริง เข้ามหาวิทยาลัยกลาสโกว์ตอนอายุ 10 ขวบ (น้องเอ๊ย… ตอน 10 ขวบ พี่ฟาร์มยังกระโดดหนังยางอยู่เลยลูก 😭) และได้เป็นศาสตราจารย์ตอนอายุแค่ 22 🎓✨

ผลงานเริ่ดที่สุดสองอย่าง:

🥶🌡️ สเกลเคลวิน มาตราอุณหภูมิที่เริ่มจากศูนย์สัมบูรณ์ (-273.15°C จุดที่สสารไม่มีความร้อนเหลือเลย เย็นกว่าใจคนคุยอีกค่ะน้อง) ใช้เป็นมาตรฐานวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

🌊📡 สายเคเบิลใต้สมุทรแอตแลนติก ตอนวางสายข้ามทวีปครั้งแรก ปัญหาคือสัญญาณย้วย สายเคเบิลใต้น้ำทำตัวเหมือนที่เก็บประจุไฟ สัญญาณที่ควรพุ่งคม ๆ กลับอ่อนและเบลอจนปลายทางอ่านไม่ออก

วิศวกรบางคนบอกว่า “อัดไฟแรง ๆ เข้าไปสิ” แต่เคลวินเบรกหัวทิ่ม “หยุด! สายจะไหม้พังหมด” เขาเลือกทางที่ฉลาดกว่าก็คือ ส่งไฟอ่อน ๆ ถนอมสาย แต่ทำให้เครื่องรับปลายทางเซนซิทีฟขึ้นแทน

เขาประดิษฐ์ กัลวานอมิเตอร์แบบกระจกเงา กระจกจิ๋วเบาหวิวติดกับเข็มแม่เหล็ก แขวนด้วยใยไหม กระแสไฟอ่อน ๆ มาถึง เข็มขยับนิดเดียวจนตาเปล่ามองไม่เห็น แต่พอฉายแสงไปที่กระจก แสงสะท้อนจะสวิงกว้างและเห็นชัดมาก

พูดง่าย ๆ คือเขาใช้ แสงขยายสัญญาณ แทนการอัดไฟแรง ๆ นี่แหละจุดเปลี่ยนที่ทำให้การส่งสารข้ามทวีปสำเร็จได้จริง กลายเป็นรากฐานของการสื่อสารไร้พรมแดนที่เราใช้กันทุกวันนี้

ไม่ว่าน้อง ๆ จะรู้สึกว่าฟิสิกส์ยากแค่ไหน จำไว้ว่าทุกความอยากรู้อยากเห็นมีค่าเสมอ ค่อย ๆ เรียนไปทีละสเต็ป เราก็เก่งในแบบของเราได้ 💪❤️

#WilliamThomson#LordKelvin#ประวัตินักวิทยาศาสตร์#ฟิสิกส์#Dek69#Dek70

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

ทำความรู้จัก! กับปรมาจารย์กลศาตร์ของไหล!!

หากไม่มีชายคนนี้ .. โลกเราก็จะไม่มีเครื่องมือยกของหนักๆ อย่างไฮดรอลิกในแขนกลรถแบ็คโอ รถเครน หรือแม้แต่ระบบยกเวทีการแสดงขึ้นลงในคอนเสิร์ตทั้งหลาย !!

ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับคุณ..แบลส์ ปาสคาล (Blaise Pascal) เลยค่าาา

ปรมาจารย์ผู้ค้นพบหลักการเกี่ยวกับความดันของของเหลวที่หลายคนคุ้นหูอย่าง กฎปาสคาล (Pascal’s Law) ที่กล่าวว่า “ความดันที่กระทำต่อของเหลวในภาชนะปิด จะถูกถ่ายทอดไปยังทุกๆ ส่วนของของเหลว” หลักการนี้เป็นรากฐานสำคัญของสิ่งประดิษฐ์พลิกโลกอย่าง #ระบบไฮดรอลิก ค่ะน้องๆ

19 มิถุนายน เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณปาสคาล พี่ฟาร์มจึงอยากพาพวกเรามารู้จักชายผู้เป็นตำนานในวงการกลศาสตร์ของไหลกันน้าาา

ปาสคาล เกิดที่เมืองแกลร์มง-แฟร์ร็อง ประเทศฝรั่งเศส บิดาของเขาไม่ศรัทธาในระบบการศึกษาตอนนั้น จึงตั้งใจให้เขาเรียนรู้แบบโฮมสคูล (พ่อสอนเองคร่าา) แต่จริงๆ พ่อตั้งใจให้เขาเรียนแต่ภาษาละติน/กรีกก่อน ซึ่งปาสคาลสนใจคณิตศาสตร์มาก จนพ่อกลัวว่าจะสนใจแต่วิชานี้แล้วทิ้งวิชาอื่นหมด เลยสั่งห้ามและเอาตำราคณิตศาสตร์ไปซ่อน

แต่ด้วยวัยอ่ะเนอะ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เขาจึงแอบศึกษาเอง เรียนรู้เอง แล้วด้วยความจีเนียส

เขาสามารถเข้าใจหลักและทฤษฎียากๆ หลายอย่าง เช่นของยูคลิด ได้ก่อนอายุ 12 ปี ซะอีก เริ่ดเวอร์

พออายุได้ 16 ปี พี่แกก็เล่นเขียนเปเปอร์เรื่องภาคตัดกรวยเลยค่ะ ได้รับอนุมัติตีพิมพ์ในปารีสด้วย ซึ่งเปเปอร์นี้มาดังตอนเขาแก่แล้วค่ะ (รอคณิตกรรุ่นละอ่อนมาเรียนมาศึกษา ถึงรู้ว่าของดี)

พออายุได้ 23 ปี (วัยกำลังไฟแรงเฟ่อร์!) คุณปาสคาล ดันไปหูผึ่งกับงานทดลองของ เอวานเจลิสตา ทอร์ริเชลลี (Evangelista Torricelli) ลูกศิษย์ของกาลิเลโอผู้ประดิษฐ์บารอมิเตอร์แบบอ่างปรอท ซึ่งกำลังวิจัยเกี่ยวกับหลักความดันและสุญญากาศ ในช่วงเวลานั้น เรื่องสุญญากาศมันคือเรื่องต้องห้าม! เพราะมันดันไปขัดกับความเชื่อดั้งเดิมตั้งแต่สมัยกรีก (อริสโตเติล) ที่เชื่อว่าสุญญากาศไม่มีในธรรมชาติ

แต่มีหรือ..ที่วัยรุ่นสร้างตัวอย่างปาสคาลจะกลัว? เขาจัดแจงออกแบบการทดลองใหม่แบบสับ โดยให้พี่เขยตัวเองนำบารอมิเตอร์วิ่งขึ้นไปบนยอดเขาสูง! (ปาสคาลเองกำลังป่วยอยู่) ผลปรากฏว่า… เฮ้ย มันจริงว่ะ! ยิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าไหร่ ระดับปรอทในหลอดแก้วยิ่งลดลง แปลว่า ความดันอากาศจะลดลงตามระดับความสูงจริง สิ่งนี้นำไปสู่ข้อสรุปว่าสุญญากาศมีอยู่จริง โดยการทดลองนี้ได้รับการอนุมัติตีพิมพ์ใน ปี ค.ศ. 1647 (ยืนหนึ่งไม่พึ่งเก้าอี้มากคร่าาา)

แต่ความปังคือ… พี่แกไม่หยุดแค่นั้นจ้าาาา! ปาสคาลก็เริ่ม เอ๊ะ ขึ้นมาอีกว่า…

เฮ้ย! ขนาดอากาศที่เป็นแก๊สบางๆ ยังมีแรงดันขนาดนี้ แล้วถ้าเปลี่ยนเป็น “ของเหลว” ที่มีความหนาแน่นมากกว่าล่ะ น้องจะมีพฤติกรรมยังไงหนอออ?

แล้วนี่แหละครับ! คือจุดเริ่มต้นของการดำดิ่งสู่โลกกลศาสตร์ของไหลแบบถอนตัวไม่ขึ้น พี่แกเริ่มทำการทดลองเอาของเหลวไปยัดใส่ในภาชนะปิดรูปทรงแปลกๆ จนในที่สุด

กฎของปาสคาลก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในวัย 30

แล้วกฎปาสคาลเนี่ยแหละ… ที่เป็นมรดกตกทอด ปูรากฐานให้วิศวกรยุคหลังเอาไปสร้างเป็นระบบไฮดรอลิก ที่ใช้แรงมดยกช้างได้ทั้งตัว จนก็กลายมาเป็น ลิฟต์ขนย้ายและระบบเบรกรถยนต์ในชีวิตประจำวันของเรานี้แหละน้องๆ ล้ำฝุดๆ

เห็นไหมครับน้องๆ… จากเด็กโฮมสคูลที่โดนพ่อซ่อนตำราคณิตศาสตร์ สู่การเป็นนักฟิสิกส์ผู้เปลี่ยนโลก ปาสคาลพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ความชอบและความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันสามารถทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้เสมอ ตราบใดที่เราลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามา

พี่ฟาร์มเลยอยากให้น้องๆ ทุกคนที่มีความตั้งใจ ค้นหาแพชชันของตัวเองให้เจอ แล้วลงมือทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง…

ขอให้ทุกคนโชคดี สอบเข้าคณะและมหาวิทยาลัยในฝัน ได้ทำอาชีพในฝันได้สำเร็จทุกคนนะครับ… สู้ๆครับ! #อดทนจนกว่าจะแลนด์

นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

แนะนำสายวิศวะ เลือก PACK วิศวะ Refined + GearUP คุ้ม!

X