เชื่อว่าหลายๆ คนที่เข้ามายังเว็บไซต์ PhysicsFarm.org จะต้องพอรู้จักพี่ฟาร์มอยู่ไม่มากก็น้อย วันนี้เราจะมาแนะนำเบื้องลึกเบื้องหลังของพี่ฟาร์ม หรือ ครูพี่ฟาร์มมี่ ให้ได้รู้จักกันมากขึ้นนะคะ
อาจารย์ปิยะวัฒน์ วิรัชวัฒนกุล ครูพี่ฟาร์มมี่ของน้องๆ
แนะนำตัวหน่อยค่ะพี่ฟาร์ม

สวัสดีครับ พี่ชื่อว่าพี่ฟาร์มนะครับ เด็กๆ ก็เรียกพี่ฟาร์ม ครูพี่ฟาร์มมี่ ก็แล้วแต่ความน่ารักบ้องแบ๊วในแต่ละวันเนาะ ก็เป็นติวเตอร์นะครับสอนวิชาฟิสิกส์ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ ธรณีวิทยาและดาราศาสตร์ ในหลักสูตรของมัธยมศึกษาทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลายเลยนะครับ ก็สอนหนังสือตรงนี้มาก็ 15-16 ปีแล้ว :))
อะไรทำให้มาสอนหนังสือคะเนี่ย?
พี่มีความเชื่อว่าแต่ละคนเกิดมา เราก็จะตามหาความหมายในชีวิต เป็น “ภารกิจ” เหมือนคนบนฟ้าส่งเรามาให้ทำอะไรสักอย่างหนึ่งบนโลกนี้ ชีวิตมันจะมีเป้าหมายนะ
พี่ฟาร์มจบมาจากที่ไหนยังไง เล่าให้ฟังหน่อย
พี่เป็นเด็กที่ไม่เคยย้ายโรงเรียนเลย พอขึ้นอนุบาลเข้าประถมได้ ก็อยู่โรงเรียนเดียวมาตลอด 14 ปี คือโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เป็นโรงเรียนเอกชนน่ารักๆ ที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ ใครอยู่ภาคเหนือน่าจะพอคุ้นเคยบ้าง
ตอนเด็กๆ เป็นนักเรียนสายอะไร (เนิร์ด/ กิจกรรม/ กีฬา?)
เออ… พี่ว่ามันเหมือนเวลาเราเล่นเกม มันจะมีสาย vit สาย agi ใช่ไหมครับ พี่ว่าพี่เป็นตัวละครที่สาย int นะ (intelligence) คือเราไม่มีกำลังวังชาที่จะไปสู้กับเพื่อนๆ เล่นกีฬานี่คือไม่เก่งเลย พละได้เกรดสี่ผ่านมาด้วยการสอบ ไม่ใช่การปฏิบัติ (หัวเราะร่วน)
แต่การเป็นเด็กสาย int ของเรา คือไม่ใช่นั่งอ่านหนังสือเนิร์ดๆ อยู่ทั้งวันทั้งคืนเลย ไม่ใช่ แต่ว่าจะเป็นตัวแทนของเรียนไปแข่งขัน และคอยช่วยติวให้เพื่อนๆ เวลามีสอบอะไรแบบนี้
และถึงพี่จะเป็นเด็กสาย int ยังไง มันมีช่วงนึงของชีวิตที่ติดเล่นเกมสุดๆ ตอนนั้นน่ะจำได้ว่า แทบจะเสียอนาคตเลยก็คือเกม Ragnarok! อย่างตอนนี้กลับมามีเวอร์ชัน mobile พี่ก็เล่นถึงเลเวล 96 ก็เลิกแล้ว ไม่ต่อ เรียกว่าไม่มีไฟออกใต้ตีน (ขออนุญาตนะ 55555)
มาเริ่มสอนพิเศษ เป็นติวเตอร์ แบบนี้ ได้ยังไง
ตอนพี่สอบติดจุฬาฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็มาเป็นเด็กหอในเต็มตัวครับ การเป็นเด็กต่างจังหวัดเนาะ เราอยู่คนเดียว ที่บ้านให้ Budget มาจำกัดพอแค่กินข้าวกับซื้อชีทเรียนเลย ถ้าระดับ TextBook เล่มละ 1300 ไม่มีนะ… เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากกินขนมหรือซื้อหนังสือดีๆ ที่เราอยากได้จริงๆ เราก็ต้องหาตังค์เพิ่มละ และเห็นรุ่นพี่พานักเรียน ม.ปลาย มาสอนกันใต้หอ เลยปิ๊งเป็นไอเดียว่าน่าจะสอนบ้าง
นักเรียนคนแรกเป็นใคร
ด้วยความที่เราพูดภาษาอังกฤษพอได้ รุ่นพี่ในหอในเลยแนะนำให้สอนที่โรงเรียนที่หนึ่งแถวสีลม (ฮั่นแน่ะ!) เป็นหลักสูตร IGSE เพื่อการสอบของสิงคโปร์ ค่าตอบแทนมันโอเคเลย นักเรียนคนแรกในชีวิตเลยอย่างเป็นทางการเริ่มต้นตรงนั้น เด็กสิงคโปร์
แต่พอการเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์มันเข้มข้นขึ้น ก็ต้องหยุดสอนไป เพราะคณะสอบโหดมว้าก ก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราสะสมประสบการณ์และคู่มือการสอนฟิสิกส์สำหรับตัวเอง
ความฟินของการสอนคืออะไร
ผลลัพธ์ไง… อย่างเช่นนักเรียนบางคน มาด้วยความกังวลของคุณพ่อคุณแม่เลย ว่าเรียนฟิสิกส์ได้เกรด 2 เลขก็ไม่ได้ด้วย สอบตกรัวมาสามเทอมแล้ว พอเรียนกับเรา เกรดกระโดดขึ้นมาได้ 3.5 เฉยเลย แฮปปี้กันถ้วนหน้า
ที่สำคัญ พี่ชอบสะสมความสำเร็จนะ แม้แต่ชิ้นเล็กๆ มันก็ทำให้เรารู้สึกดี มีแรง ติดใจการสอนเลย ยิ่งสอนยาวๆ จะเห็นผลลัพธ์ชิ้นใหญ่ขึ้น ก็คือนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และจนวันนี้ก็ยังกลับมาหา กลับมาพูดคุยกัน เป็นของขวัญที่สุดยอดสำหรับคนสอนเลย
ทำไมต้องสอนฟิสิกส์
เอาจริงๆ ช่วงแรกสอนวิชาคณิตศาสตร์หรือเลขด้วย เรียกเป็นการ “ซ่อม” ก่อนจะ “ลุย” ฟิสิกส์ ทีนี้พอเราเข้ากับเด็กได้ เด็กก็จะเอาเคมีมาถามบ้าง อังกฤษมาถามบ้าง เราตอบได้น้องก็เลยเหมาให้พี่สอนหมดเลย 555+ พี่เลยมีชีทเป็นเซทเลยสำหรับการสอน 4 วิชาที่พี่ถนัด คือ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ เคมี และอังกฤษ แก๊งนักเรียนสามปีแรกที่สนิทกันคือกินนอนเรียนกันทุกวิชา จนพี่ต้องบอกว่า นี่รุ่นสุดท้ายละนะ พี่ขอโฟกัสสุดๆ กับฟิสิกส์ดีกว่า ทำอะไรก็ต้องทุ่มให้สุดตัว วิชาอื่นๆ เลยเลิกสอนไป
พอพี่สอนฟิสิกส์อยู่ตัวแล้วสักระยะนึง เราก็ขยับมาสอนความถนัดทางวิศวกรรม เพราะโจทย์มาซาดิสม์ดี และบูรณาการทุกอย่างที่พี่สอนได้ เวลาพี่สอนแล้วเด็กทำหน้าเข้าใจและแก้โจทย์ได้เองจริงๆ มันฟินมาก (ชั้นชนะ!) คือเราคลี่คลายความยากตรงนี้ ให้เด็กสามารถไปทำต่อเองได้มันโอเคมากๆ
เวลาพี่สอนแล้วเด็กทำหน้าเข้าใจและแก้โจทย์ได้เองจริงๆ มันฟินมาก (ชั้นชนะ!)
จากนั้นพี่ได้สอนดาราศาสตร์เพิ่มขึ้นมาเพราะว่า เด็กของเราเองไปอ่านวิชานี้เองแล้ว… มันไม่ได้ โอเคข้อสอบมันไม่ได้เยอะ แต่พอถึงเวลานักเรียนเราเลือกไม่ทำไปเลย เสียคะแนนฟรีๆ เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย.. มันไม่ได้ยากขนาดนั้น ที่สำคัญมีพื้นความรู้ของฟิสิกส์หมดเลย รวมถึงธรณีวิทยา
แปลกดีที่ วิชาดาราศาสตร์ คนไม่ค่อยสอนกัน ทั้งที่จริงเป็นวิชาสนุกมาก น่าสอน น่าเล่า น่าเม้าไปหมด
แล้วตอนนี้พี่ฟาร์มสอนอยู่ที่ไหนบ้าง
ไม่ได้สอนอยู่ที่ไหนเลยครับ ?
คือก่อนหน้านี้ชีวิตอยู่กรุงเทพมาตลอด ตั้งแต่เปิดสอนเองที่ราชเทวี แล้วมีผู้ใหญ่ใจดีไปเห็นเข้าได้เชิญไปสอนเวทีใหญ่ๆ ระดับประเทศ เช่น การติวมาม่า การติวของกระทรวง และได้มาร่วมงานกับกวดวิชา We By the Brain ประมาณ 5 ปี
จนมาช่วงหลังเรารู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่เราท่านแก่ลงมาก มัน… ต้องมีใครสักคนดูแลเค้าอ่ะ ตอนเด็กๆ เขายังดูแลเราเลย เพราะฉะนั้นความคิดเราคือถึงเวลาแล้วนะฟาร์ม!
ก่อนจะลาออกก็ได้บอกล่วงหน้ากับที่ทำงานประมาณสองปี สำหรับตอนนี้ก็ถือเป็นการยุติการร่วมงานกันกับทาง WE เพื่อดูแลครอบครัวเต็มตัว ได้ใช้ความรู้ของ MBA สานต่อกิจการที่บ้านให้อยู่ตัวเพื่อคุณพ่อคุณพ่อจะได้สบายขึ้น ดังนั้น ถือว่าตลอด 15 ปีที่สอนอย่างมาราธอนมา วันนี้คือจุดๆ ที่พี่พักหัวสมองตัวเองสักหน่อย หยุดสอนไปตั้งแต่ 1 มกรา 62 ครับ
แต่ถ้าอยากเรียนรู้กับพี่ ก็เจอกันที่นี่แหล่ะ PhysicsFarm.org
พี่ฟาร์มคาดหวังอะไรกับ PhysicsFarm.org
ตอนนี้อยากทำฟิสิกส์ฟาร์ม… คือเราอยากจะให้เด็กไทยที่มีความสนใจ อ้ะๆ หรือไม่ต้องสนใจก็ได้ เรียกว่า “มีความจำเป็น” ต้องเรียนวิชานี้ดีกว่า อยากให้เด็กไทยเข้าถึงวิชานี้ได้มากขึ้น ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ด้วยอ่ะ
คือถ้าเราไปดูค่าใช้จ่ายของเด็กคนนึงที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยว่าเท่าไหร่… เฮ้ย มันเรียนหนังสือตกวิชาละเกือบ 10,000 เลยนะ ถ้าจะสอบหมอ ต้องเรียน 7 วิชา คือ 70,000 นี่เกินครึ่งแสนเข้าไปแล้ว แล้วสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ผู้ปกครองมีภาระด้านอื่นๆ อยู่แล้ว พี่เลยรู้สึกว่า.. อืม… การศึกษาที่ดีมันไม่ควรจะต้องแพงเลย ไม่อยากให้มีแต่เด็กกลุ่มนึงที่มีตังค์เข้าถึงความรู้ที่ดีกว่า
เพราะฉะนั้น เว็บไซต์นี้ จะเป็นเหมือนบ้านพี่อ้ะ ที่จะไม่ได้ตลกจ๋าเป็นเทยเที่ยวไทย และไม่ได้เครียดฟิสิกส์ขนาดนั้น บริบทที่นี่มันจะไม่เครียดขนาดนั้น
Fact:
เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ที่บ้านขายของเกี่ยวกับการเกษตร
เรียนจบทาง วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เคยทำงานตำแหน่ง SA (System Analyst)
ต่อปริญญาโท MBA ของจุฬาฯ จบมาด้วยเกรด 4.00
มีความสามารถในการเล่นดุริยางค์เครื่องเป่า เช่น แซกโซโฟน ฟลุท และบาสซูน
รักการเล่นฟิตเนสเป็นชีวิตจิตใจ
