เลิกสอบฟิสิกส์เลยได้มั๊ย ?! สอบหมอติดไป ก็ไม่เห็นได้ใช้เลย !!

“เรียนฟิสิกส์ไปทำไม เดี๋ยวพอทำงานเป็นหมอ ก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี”
พี่ฟาร์มได้ยินหลายคนพูดแบบนี้บ่อยมากกกกก
พี่อยากจะร้องดังๆ และตะโกนบอกว่า… ไม่ได้คร่าาาาา
แกจะยอมให้หมอที่ไม่รู้ฟิสิกส์ของโลกนี้เลย มารักษาแก ไม่ได้นะ
แพทยสภาก็คงไม่เห็นด้วย
กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ กสพท ก็คงกรีดร้อง

วันนี้พี่ฟาร์มเลยอยากพาน้องๆ มาดูว่า
วิชาชีพแพทย์ที่ดูจะอยู่บนโลกชีววิทยามากกว่า
จริงๆแล้ว มันมีฟิสิกส์มาเกี่ยวข้องซุกซ่อนอยู่ที่ไหนกันบ้าง

ส่วนที่ 1: เครื่องมือแพทย์ => ฟิสิกส์ประยุกต์ทั้งนั้น

พวกเครื่องมือนี่เห็นกันโต้งๆ ชัดๆ เลยจ้า ว่าอะไรๆ ก็ “ฟิสิกส์” ไม่ว่าจะเป็น…

X-ray → ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างภาพตรวจดูอวัยวะและโครงสร้างภายใน

MRI → ใช้สนามแม่เหล็ก + คลื่นวิทยุสร้างภาพตรวจดูเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น และสมอง

อัลตราซาวนด์ → ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงตรวจดูอวัยวะภายในและการไหลเวียนสารในร่างกาย

เลเซอร์ผ่าตัด → ใช้ลำแสงความเข้มสูงแทนใบมีดโกนในการตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อ 

เครื่องกระตุกหัวใจ AED → ใช้กระแสไฟฟ้าพลังงานสูงเข้าไปช่วยปั๊มหัวใจเพื่อให้กลับมาเต้นได้

อุปกรณ์เหล่านี้สร้างขึ้นจากคนที่มีความรู้ทางการแพทย์และทางฟิสิกส์ คนที่จะเรียนรู้การใช้งานมันได้ จึงต้องมีความเข้าใจในฟิสิกส์ที่เป็นหลักการทำงานของมัน เพื่อจะใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จริงไหม

แต่แค่นี้… นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดหรอกฮะ

ส่วนที่ 2: ฟิสิกส์ที่ซ่อนอยู่ในร่างกายน้องๆ เอง !!

ก่อนจะไปถึงเครื่องมือ ลองมองเข้ามาในร่างกายตัวเองก่อนนะ เพราะฟิสิกส์ไม่ได้อยู่แค่ในเครื่องจักร แต่อยู่ในทุกการทำงานของร่างกายมนุษย์ครับ แล้วคนจะเรียนหมอก็ต้องเข้าใจกลไกของฟิสิกส์ตรงนี้เพื่อการวินิจฉัยโรคด้วย พี่ฟาร์มขอยกมาบางตัวอย่างที่ ม.ปลาย น่าจะเข้าใจไม่ยาก มาดูกัน

1. เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

เคยได้ยินหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดโป่งไหมจ๊ะ
ถ้ามองหลอดเลือดเป็นระบบของไหลเราจะพบว่า

หลอดเลือดตีบ → เลือดไหลเร็วขึ้น แต่ความดันกลับลดลง

หลอดเลือดโป่ง → เลือดไหลช้า ความดันพุ่งขึ้น → เสี่ยงแตก!

หมอใช้หลักนี้ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและสมอง นั่นแหละคือ อัตราการไหลและสมการแบร์นูลลี ที่น้อง ม.6 เพิ่งเรียนไปนั่นเอง

2. การหายใจ

รักเธอต้องใช้หัวใจ แต่ถ้าจะหายใจ..ต้องใช้ >> ปอด เอ๊ะ แล้วมันยุบมันพองยังไงเวลาเราหายใจ

ปอดยุบหนอพองหนอด้วยตัวเองไม่ได้นะคร่า! (มันไม่มีกล้ามเนื้อ)

กระบังลมต่างหากที่หดตัว → ช่องอกขยาย → ความดันในปอดลดลง → อากาศไหลเข้าเอง

หมอไอซียูต้องเข้าใจเรื่องนี้เพื่อตั้งค่าเครื่องช่วยหายใจให้ถูกต้องครับ นั่นคือ กฎของบอยล์ ที่น้องเรียนในเรื่องกฎของแก๊สกันอยู่นั่นเอง

3. การฟังของหมอ

เห็นหมอเคาะหน้าอกคนไข้ไหม? นั่นคือฟิสิกส์โดยตรงเลยครับ

เสียงโปร่ง = มีอากาศข้างใน

เสียงทึบ = มีน้ำหรือเนื้อเยื่อแน่น

ทักษะนี้ไม่ต้องใช้เครื่องมือแม้แต่ชิ้นเดียวครับ แค่รู้เรื่อง คลื่นเสียงและการสะท้อน ก็พอ และถ้าอยากบังคับให้เสียงพุ่งรวมเข้าสู่หูแพทย์เพื่อได้เสียงที่ชัดเจนขึ้นก็แค่ใช้ “สเตท-โท-สโคป” (Stethoscope) นี่ก็ฟิสิกส์อีกแล้ว

4. ดวงตา

แสงหักเหผ่านเลนส์ตาที่เป็นเลนส์นูน แล้วโฟกัสลงบนเรตินาหรือจอประสาทตา ถ้าโฟกัสตกผิดจุด ก็จะกลายเป็นสายตาสั้นหรือยาวเนอะ

จักษุแพทย์ที่จะผ่าตัดต้อกระจก ต้องคำนวณกำลังเลนส์เทียมที่จะใส่แทนเลนส์เดิม ด้วยหลักการทัศนศาสตร์และสมการเลนส์ เรียนมาตั้งแต่ ม.ปลาย ล้วนๆ เลยครับ

5. หัวใจ & สมอง สื่อสารกันด้วยไฟฟ้า

เซลล์ประสาทและเซลล์หัวใจส่งสัญญาณด้วยการเปลี่ยนแปลงความต่างศักย์ไฟฟ้า เป็นที่มาของการประดิษฐ์เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EKG 

หมอที่จะอ่าน EKG ต้องเข้าใจว่ากระแสไฟฟ้าไหลยังไง เข้าใจความสัมพันธ์ของกระแส ความต่างศักย์ และความต้านทานไฟฟ้า ถึงจะรู้ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะตรงไหน นั่นคือ ฟิสิกส์ของไฟฟ้า ล้วนๆ เลยครับ

แค่นี้ก็เริ่มมองเห็นแล้วเนอะ ว่าฟิสิกส์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่จะเรียนหมอหรือไม่ พี่ฟาร์มเลยแถมให้อีกหนึ่งเหตุผล ที่คนเรียนหมอ ควรผ่านการเรียนและการคิดวิเคราะห์แบบฟิสิกส์
นั่นคือ….

ส่วนที่ 3: ฟิสิกส์ไม่ได้สอนให้รู้เรื่องแค่ฟิสิกส์ — แต่สอนให้คิดเชิงวินิจฉัยแบบหมอ

หมอที่ดีไม่ได้แค่จำอาการแล้ว match โรคนะครับ 

หมอจะสังเกตอาการจากการสัมภาษณ์/ตรวจร่างกาย แล้วเริ่มวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการ “สร้างภาพในหัว” ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นในร่างกายคนไข้ที่นอนอยู่ตรงหน้า มันเหมือนกับการ…

ตั้งสมมติฐาน → หาหลักฐาน → หาคำอธิบายที่สอดคล้องกัน

นั่นแหละคือสิ่งที่ฟิสิกส์ฝึกน้องมาตลอด โดยที่น้องไม่รู้ตัวเลย!! 

ฟิสิกส์ไม่ใช่การท่องสูตร แต่คือการ “อ่านสถานการณ์ที่ซับซ้อน” และ “หาเหตุผลที่อธิบายได้ทุกอย่างพร้อมกัน”

โจทย์ฟิสิกส์ กับ การวินิจฉัยโรค

“ต่างกันแค่ตัวละคร” — แต่จริงๆ แล้ว วิธีคิดคือสิ่งเดียวกัน เลยครับ
กระบวนการเรียนฟิสิกส์นั้น สอนให้คน “คิดเชิงวิเคราะห์เป็น” ฝึก critical thinking ฉ่ำๆ เลย 

ดังนั้น คำถามที่ถูกต้องอาจไม่ใช่

“ทำไมหมอต้องเรียนฟิสิกส์?”

แต่คือ…

“ถ้าไม่มีฟิสิกส์ หมอจะคิดแบบหมอได้ยังไง?”

ไม่อยากให้เชื่อ ขอแค่ให้ลองคิด แล้วตกผลึกด้วยตัวเอง พี่ว่าน้องเข้าถึงคำตอบได้อยู่แล้ววววว ^^

#ฟิสิกส์ฟาร์ม  #PhysicsFarm  #ฟิสิกส์  #อยากเป็นหมอ

Leave a Comment