
น้องงง พูดถึงคำว่า “เทสลา” เนี่ย ในหัวน้องลอยมาเป็นอะไรก่อนอ่ะ รถยนต์ไฟฟ้า? อีลอน มัสก์? หรือนักวิทยาศาสตร์ที่โลกลืม? ![]()
![]()
พี่เดาได้เลยนะ ร้อยทั้งร้อยต้องเด้งเป็นรถไฟฟ้าสุดล้ำ กับหน้าตากวนๆ ของอีลอน มัสก์ ใช่มั้ยยย ![]()
แต่เดี๋ยวก่อนนน! จะบอกให้ อีลอน มัสก์ เนี่ย ไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องอะไรกับนิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) เลยจ้า แถมเทสลาตัวจริงแกยังโสดสนิทมาทั้งชีวิต ไม่มีลูกหลานสืบสกุลด้วยซ้ำนะ
ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือ อีลอน มัสก์ ไม่ใช่คนก่อตั้งและไม่ใช่คนตั้งชื่อบริษัท Tesla เองด้วยค่ะทุกคน! ผู้ก่อตั้งตัวจริงคือวิศวกรสองคนชื่อ Martin Eberhard กับ Marc Tarpenning ตั้งกันขึ้นมาปี 2003 ส่วนอีลอนคือนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นทีหลัง ก่อนจะกลายมาเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอที่ทุกคนรู้จักในทุกวันนี้ ![]()
แล้วทำไมถึงตั้งชื่อว่า “Tesla” ล่ะ? ผู้ก่อตั้งตัวจริงเขาตั้งใจใช้ชื่อนี้เพื่อ “ให้เกียรติ” คุณนิโคลา เทสลา บิดาแห่งมอเตอร์ไฟฟ้าและไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันเลยนะจ๊ะ ![]()
นี่แหละค่ะคือเหตุผลที่ชื่อของแกกลับมาดังก้องโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะโลกจดจำตัวแกได้หรอกนะ แต่เพราะชื่อ “เทสลา” ถูกยืมไปตั้งเป็นชื่อรถที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้ วิ่งอยู่ทุกถนนทุกเมือง จนกลายเป็นคำที่คนทั้งโลกพูดถึงกันทุกวัน
แล้วทำไมเทสลาถึงถูกโลกลืม?� เพราะเขา เก่งเกินจะขายของเป็น” ค่ะน้องงง
ในขณะที่คู่แข่งอย่างโทมัส เอดิสัน นี่เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจกับการตลาดสุดๆ ไปเลย ทั้งจดสิทธิบัตร ตั้งบริษัท โปรโมตตัวเองอย่างเป็นระบบ
แต่เทสลากลับสนใจแค่ “การค้นพบ” ไม่ค่อยแคร์เรื่องเงินหรือชื่อเสียงเลยจ้า มักยกสิทธิบัตรให้คนอื่นไปง่ายๆ แถมทุ่มเงินที่ได้มาไปกับโปรเจกต์ใหญ่ที่คนยุคนั้นมองว่า “บ้าเกินจะเป็นจริง” อย่างการส่งไฟฟ้าไร้สายข้ามโลก จนสุดท้ายไม่มีใครกล้าลงทุนต่อให้
สุดท้าย เขาจากไปในห้องพักโรงแรมเล็ก ๆ อย่างเงียบเหงา แทบไม่มีใครรู้ข่าว ทั้งที่สิ่งที่เขาทิ้งไว้กลับกลายเป็นรากฐานของโลกทั้งใบ ![]()
ผลงานปัง ๆ ที่เทสลาฝากไว้ให้โลก�
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ — ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านทุกคนต้องมี ไม่ว่าพัดลม เครื่องซักผ้า หรือตู้เย็น
ขดลวดเทสลา (Tesla Coil) — อุปกรณ์สร้างไฟฟ้าโวลต์และความถี่สูง รากฐานของการส่งคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ และการสื่อสารไร้สาย�
รีโมตคอนโทรลด้วยคลื่นวิทยุ — เขาคือคนแรกที่โชว์บังคับเรือของเล่นไร้สายให้คนดูอ้าปากค้างตั้งแต่ปี 1898 ต้นแบบของหุ่นยนต์และโดรนยุคนี้�
หอคอย Wardenclyffe — โปรเจกต์สุดบ้าที่พยายามส่งพลังงานไฟฟ้าและข้อมูลไร้สายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แม้ไม่สำเร็จในยุคนั้น แต่คือต้นแบบของการส่งสัญญาณไร้สายที่โลกใช้อยู่ทุกวันนี้
จากผลงานทั้งหมดนี้ ชื่อของเขาจึงถูกยกให้เป็นหน่วยวัดความเข้มสนมามแม่เหล็กในระบบ SI นั่นคือหน่วย “เทสลา (T)” ที่โผล่มาให้เจอในตำราของน้องๆ คร่า ![]()
โลกอาจเคยลืมชื่อเขาไปพักหนึ่ง แต่ผลงานของเขาไม่เคยหายไปไหน มันแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ตั้งแต่ไฟที่เปิดในบ้าน จนถึงมอเตอร์ที่ขับเคลื่อนทุกสิ่งรอบตัว เรื่องราวของคุณเทสลาทำให้เราเรียนรู้ว่า คุณค่าของความรู้ไม่ได้วัดกันที่วันนี้มีคนเห็นกี่คน แต่วัดกันที่มันนำประโยชน์มายังผู้คนได้อีกกี่ร้อยปีต่างหาก ![]()
แล้วน้องๆ ได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้กันบ้าง?
มาคอมเมนต์เล่าให้พี่ฟังหน่อยจ้าาา ![]()



